|
|
ขออาสาทำความดีตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่
|
|
| | |
|
|
|
ท่านสามารถร่วม บริจาค ได้ที่ |
| ชื่อ |
มูลนิธิเพื่อคุณธรรม |
| ธนาคาร |
กรุงไทย |
| สาขา |
ศรีนครินทร์ |
| ประเภท |
กระแสรายวัน |
| หมายเลข |
061-6-01193-8 | | |
|
|
|
กิจกรรม ของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม |
|
|
|
คลิกที่รูปเพื่อดูรายละเอียด |
|
| | |
|
|
|
แลก link กับเรา |
|
|
|
ตัวอย่าง link ของเรา |
|
|
|
copy code html ไปวางในเวปคุณ แล้วแจ้งมาที่ อีเมล์ kunatum@gmail.com เพื่อแลกลิ้งกับเรา |
|
| | |
|
|
การถือศีลอดในผู้ป่วยเบาหวาน
|
* |
|
|
|
|
|
การถือศีลอดในผู้ป่วยเบาหวาน |
|
การถือศีลอดขณะเรามีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆอยู่ด้วยนั้น ความจริงแล้วผู้ที่ป่วยนั้นก็ได้รับการยกเว้นอยู่แล้วไม่ให้ต้องถือศีลอดและให้ไปใช้ในวันอื่นแทน แต่อย่างไรก็ตามพระผู้เป็นเจ้าก็ยังทรงบอกไว้อีกว่า การถือบวชนั้น ถ้าทำได้ย่อมเป็นการดีสำหรับเขาผู้นั้นเองถ้าหากเขารู้ ในชีวิตจริงโรคบางโรคเมื่อเป็นแล้วไม่มีโอกาสหายจนตลอดชีวิตการรักษาปัจจุบันทำได้เพียงประคับประคองควบคุมไม่ให้โรคนั้นกำเริบจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ป่วยเท่านั้นโรคเหล่านี้เช่นโรคเบาหวาน โรคหัวใจเป็นต้น คนเหล่านี้จะถือบวชได้หรือไม่หรือไม่ต้องถือเลยตลอดชีวิตเราควรมาทำความเข้าใจกันเกี่ยวกับโรคเหล่านี้สักเล็กน้อยก่อนขอเริ่มต้นด้วยโรคเบาหวาน โรคเบาหวานเป็นโรคที่พบเห็นได้มากขึ้นบ่อยขึ้นกว่าเดิมทั้งนี้เนื่องจากการแพทย์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากทำให้ผู้ป่วยเบาหวานส่วนมากมีอายุยืนยาวขึ้นเมื่อมีอายุยืนยาวกว่าเดิมก็ย่อมมีโอกาสสืบพันธ์แพร่กระจายพันธ์ของคนที่เป็นเบาหวานมากขึ้นคนป่วยโรคเบาหวานจึงมากขึ้นกว่าสมัยก่อนๆ โรคเบาหวานนั้นหมายถึงการที่คนๆหนึ่ง มีระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูงเกินค่าปกติของคนทั่วๆไปนั่นเอง น้ำตาลในเส้นเลือดนั้นแท้จริงคืออาหารของเซลล์ต่างๆ ที่จะนำไปใช้เพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติแต่น้ำตาลที่มีอยู่ในกระแสเลือดนั้น จะเข้าไปในเซลล์ตรงๆเลยนั้นไม่ได้ต้องมีตัวนำเข้าไป เปรียบเสมือนกับการที่เราไปร้านอาหารเราจะไปกินอาหารทันทีเลยนั้นไม่ได้ เ ราจะต้องจ่ายเงินซื้ออาหารก่อนจึงจะได้กินร่างกายก็เช่นกัน อาหารคือน้ำตาลวิ่งผ่านหน้าเซลล์ทั้งหลายแต่จะไม่มีเซลล์ไหนได้น้ำตาลไปนอกจากมีตัวพาเข้า ตัวพาเข้านั่นคือ อินซูลินนั่นเอง อินซูลินเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ประโยชน์ได้ถูกสร้างขึ้นในตับอ่อน ถ้าร่างกายสร้างอินซูลินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการจะใช้เซลล์ร่างกายก็จะอ่อนแอลงจากการขาดอาหารทั้งๆที่มีอาหารคือน้ำตาลนั้นวิ่งอยู่เต็มในกระแสเลือดน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดนี่เองเมื่อมีจำนวนมากขึ้นถึงระดับหนึ่งจึงถูกขับออกมาทางปัสสาวะปัสสาวะจึงมีน้ำตาลปนมากกว่าปกติ ถ้าชิมดูจะรู้สึกว่าหวาน ผู้เขียนก็ไม่ทราบว่าคนตั้งชื่อโรคนี้คนแรกจะชิมดูหรือเปล่า แต่เข้าใจว่าคงไม่คงจะสังเกตจาก การที่ปัสสาวะแล้ว มีมดมาตอมมากกว่า
การรักษาโรคเบาหวานจึงมีวิธีการอยู่ 2 วิธีใหญ่ๆคือ 1. การเพิ่มอินซูลินให้มากขึ้นอาจโดยการรับประทานยาที่ทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินมากขึ้นหรือฉีดอินซูลินที่เราทำขึ้นมาเองเข้าไป 2. การลดความต้องการอาหารและอินซูลินลง โดยทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดน้อยลง โดยวิธีการต่างๆ เช่นลดอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาล เป็นต้น โรคเบาหวานนั้นโดยทั่วๆไปแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ชนิดต้องพึ่งยาฉีด อินซูลิน(IDDM) และชนิดที่ไม่ต้องใช้ยาฉีดอินซูลิน(NIDDM) 1. โรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งยาฉีดอินซูลิน มักเป็นตั้งแต่อายุน้อยๆผู้เป็นมักผอมกว่าปกติเกิดจากตับอ่อนทำงานไม่เพียงพออาจจะจากโรคของตับอ่อนบางโรคหรือ เกิดอุบัติเหตุต้องตัดตับอ่อนไปเป็นต้นหรืออาจจะเป็นเบาหวานที่รุนแรงมากๆจน ยากินที่ใช้กระตุ้นตับอ่อนใช้กระตุ้นได้ไม่พอหรือมีโรคแทรกซ้อนต้องใช้อินซูลินชนิดฉีดเป็นต้น 2. เบาหวานชนิดไม่ต้องฉีดอินซูลิน เบาหวานชนิดนี้มักเป็นตอนอายุมากๆและคนที่เป็นมักอ้วนกว่าปกติ ชนิดนี้ คือส่วนใหญ่ของผู้ป่วยเบาหวานในปัจจุบันอาการมักไม่รุนแรง แพทย์ อาจรักษาโดยการควบคุมอาหารหรือการกินยาเท่านั้นก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็นปกติ
อาการของคนเป็นโรคเบาหวานที่เป็นอันตรายถึงชีวิต มี 2 อย่างคือ น้ำตาลสูงมากเกินไปและน้ำตาลสูงน้อยเกินไป 1. น้ำตาลสูงมากไป[hyperglycemia] เกิดจากการกินอาหารหรือน้ำตาล มากเกินไป หรือลืมฉีดอินซูลินหรือ ลืมกินยาเบาหวานหรือ มีไข้ มีอาการอักเสบอยู่ ทำให้น้ำตาลควบคุมได้ยาก จะมีอาการหน้ามืด คลื่นใส้อาเจียน กระหายน้ำมาก ปัสสาวะมากและบ่อย เพลีย ไม่มีแรง มีลักษณะขาดน้ำเช่นตาลึกโหล ผิวเหี่ยวแห้ง หวิว ใจสั่น เป็นลม และหมดสติในที่สุดถ้าในเบาหวานชนิดที่ต้องใช้ฉีดอินซูลินประจำอาจเป็นชนิดมี สาร คีโตน คั่งด้วยโดยจะมีอาการ หอบเหนื่อย และได้กลิ่นผลไม้ออกมาจากลมหายใจของผู้ป่วยเจาะเลือดจะพบเบาหวานขึ้นสูงมาก อาจขึ้นถึง 700-800 หรือเป็น1000 ก็ได้ตรวจปัสสาวะจะพบน้ำตาลมาก และอาจพบสารคีโตนด้วยการรักษาภาวะนี้ต้องให้อินซูลินทันทีโดยเร็ว และนำส่งโรงพยาบาลทันที 2. ภาวะน้ำตาลต่ำเกินไป(hypoglycemia) เกิดจากผู้ป่วยฉีดยาหรือกินยาอยู่แล้วไม่ได้ทานอาหารให้พอกับยานั้น อาการที่พบคือ หน้ามืด ใจสั่น เป็นลมหมดสติเหงื่อออกมาก ตรวจปัสสาวะพบไม่มีน้ำตาลอยู่ เจาะเลือดจะพบน้ำตาลต่ำมากกว่าปกติเช่น 50, 40 เป็นต้น การรักษาภาวะนี้ ต้องให้น้ำตาลหรือ น้ำหวานทันทีมิฉะนั้นจะถึงแก่ชีวิตได้ ห้ามถือศีลอดในผู้ป่วยเบาหวานต่อไปนี้ 1. ผู้ป่วยเบาหวานชนิด ที่ต้องใช้อินซูลินฉีดเป็นประจำ 2. ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดีในช่วงก่อนเดือนรอมฎอน 3. ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ค่อยเชื่อฟังคำแนะนำของแพทย์หรือไม่สามารถทำตามคำแนะนำของแพทย์ได้ 4. มีโรคอื่นๆที่อันตรายร่วมด้วย เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดโรคความดันสูงมากๆ โรคถุงลมโป่งพอง เป็นต้น 5. มีโรคติดเชื้ออยู่ก่อนแล้ว 6. เคยมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมากหรือต่ำมาก เกิน2 ครั้งขึ้นไป 7. ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถจะถือบวชได้นั้นจึงต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1. ไม่เป็นเบาหวานชนิดต้องฉีดอินซูลินต้องเป็นชนิดที่รักษาโดยการทานยา หรือควบคุมอาหารเท่านั้น 2. ต้องมีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป และไม่ได้ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร 3. ต้องมีน้ำหนักตัวมาตรฐานหรือสูงกว่ามาตรฐาน พูดง่ายๆ คือต้องอ้วนไม่ผอมนั่นเอง 4. ต้องไม่มีไข้หรือมีการอักเสบใดๆอยู่เพราะจะทำให้เบาหวานคุมได้ยาก 5. ต้องไม่มีโรคอื่นร่วมด้วยเช่นโรคหัวใจขาดเลือด โรค ความดันที่สูงมากๆ (200/120) โรคนิ่วในไต โรคถุงลมโป่งพองเป็นต้น 6. ต้องมีความรู้เกี่ยวกับอาการ ของน้ำตาลต่ำเกินและสูงเกินเป็นอย่างดี และมีผู้คอยดูแลอยู่ใกล้ชิดซึ่งมีความรู้อย่างดีด้วยเช่นกันเพื่อที่จะช่วนแก้ไขผ่อนหนักเป็นเบา และนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที 7. ต้องมีบ้านอยู่ใกล้ๆกับสถานพยาบาลเพื่อไปให้ถีงได้เร็วที่สุดเมื่อจำเป็น 8. ควรมีเครื่องมือตรวจน้ำตาล และคีโตนทางปัสสาวะและเครื่องตรวจน้ำตาลทางเส้นเลือดด้วยเพื่อจะช่วยในการวินิจฉัยได้เร็วขึ้น ถ้าไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวมาแล้วไม่แนะนำให้ถือศีลอดเพราะอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ถ้ามีคุณสมบัติครบแล้วเมื่อถือศีลอดให้ปฏิบัติดังนี้ 1. ให้เปลี่ยนยาที่ออกฤทธิ์ นานเป็นแบบออกฤทธิ์สั้นๆ 2. เปลี่ยนยาตอนเช้าและกลางวันเป็นมื้อกลางคืนแทนอาจร่วมกับมื้อละศีลอดก็ได้ 3. หมั่นเช็คปัสสาวะดู น้ำตาลและคีโตน เป็ฯระยะๆ 4. ชั่งน้ำหนักตัวทุกวันถ้ามีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 2 กก ต้องรีบแจ้งแพทย์ที่ดูแลทันที 5. ถ้ามีอาการของน้ำตาลสูงเกินหรือต่ำเกินให้รีบรักษาแล้วนำส่งโรงพยาบาลทันที 6. อาหารที่ทานต้องให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการทุกมื้อคือประกอบด้วยแป้ง โปรตีนเช่นเนื้อ หรือไก่ ไขมัน หรือน้ำมัน เล็กน้อย และผักผลไม้มากๆหลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด หรือขนมหวานต่างๆ จากการทำวิจัยพบว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนมากจะถือบวชได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและยังพบว่าคุมน้ำตาลได้ดีขึ้นและใช้ยาจำนวนน้อยลงกว่าก่อนถือศีลอดอย่างชัดเจน เมื่อสิ้นสุดเดือนรอมฎอนแล้วก็จะต้องค่อยๆเปลี่ยนกลับไปสู่ระบบเดิมก่อนถือศีลอดเช่นเดียวกัน ในวันต่อๆไปอินชาอัลลอฮ์เราคงได้พูดถึงโรคอื่นๆต่อไปอีกสำหรับวันนี้ วัสสลามมุอะลัยกุมครับ นพ.กษิดิษ ศรีสง่า
|
Ref. : คัดลอกจาก www.thaiislamic.com |
|
|
|
|
|
ท่านสามารถ ร่วมบริจาคสมทบทุน เพิ่อ การเผยแพร่ ได้ที่ |
|
มูลนิธิเพื่อคุณธรรม บ้านเลขที่ 28/2 หมู่ 9 ถนน ประชาร่วมใจ แขวง ทรายกองดินใต้ เขต คลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 |
|
โทร. 02-543-6881-3 โทรสาร 02-916-8716 | |
|
|
| |
|
|
|
|
ชมรายการ โทรทัศน์ ผ่านดาวเทียม TV มุสลิม MV2 เวลา 02.00 - 06.30 น. ทุกวัน |
|
วิทยุ คลื่นคุณธรรม 24 ชั่วโมง FM 106.25 MHz | |
|
|
|