|
ผู้แต่ง อ. บรรจง บินกาซัน และ อ. วิทยา วิเศษรัตน์ |
|
|
|
|
|
1. อิสลาม ไม่ใช่ศาสนาที่เกิดใหม่ แต่เป็นศาสนาที่ต่อเนื่อง มาจาก ศาสนาก่อนๆ
|
2. นับถือ ยกย่อง บรรดานบีทั้งหลาย ทุกๆคนที่มาก่อน นบี มูหัมมัด |
3. เป็นศาสนา ที่นับถือ พระเจ้าองค์เดียว คืออัลลอฮฺ |
4. อำนาจทางกฎหมาย หรือ รัฐธรรมนูญสูงสุด มาจาก พระผู้เป็นเจ้า องค์เดียว เพราะฉนั้นจึงไม่มีบุคคล กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใด ที่จะได้รับผลประโยชน์ จากกฎหมายนั้น ผลประโยชน์ทั้งหลายจะต้องตกอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้อ่อนแอ หรือ ผู้ยากไร้ |
5. เป็น ศาสนา แห่ง สันติภาพ เพราะ อิสลาม แปลว่า สันติ |
6. มีการศรัทธา และมีการปฎิบัติ ควบคู่กันไป |
7. ในเรื่อง ศาสนกิจแล้ว ไม่มีผู้ใดได้รับสิทธิพิเศษ จากพระผู้เป็นเจ้า นอกจากผู้อ่อนแอ |
8. เป็นระบอบการ ปกครอง และเป็น ธรรมนุญแห่งชีวิต |
9. ไม่มี นักบวช นักพรต และ สมณะศักดิ์ หรือ ชนชั้น |
10. ทุกๆคนต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ และ ให้เกียรติ แก่ ผู้ใช้ แรงงาน |
11. ข้อห้าม มี บทลงโทษ เช่น ผู้ที่ดื่มสุรา จะได้รับการถูกเฆี่ยน 80 ครั้ง และ ผู้ที่ผิดประเวณี จะได้รับการถูกเฆี่ยน 100 ครั้ง ผู้ที่ขโมย โดยสันดาน จะถูก ตัดมือ |
12. สตรีมีสิทธิเท่าเทียมชาย แต่มีหน้าที่แตกต่างกัน และ สตรีทุกคน ได้รับการตอบแทน ตามผลงานที่ตัวเองได้ ขวนขวายไว้อย่างเท่าเทียมกัน |
13. พฤติกรรม หรือ ผลงานของมนุษย์ จะเป็นเครื่องตัดสิน ว่า ใครจะเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงรัก |
14. อิสลาม สอนให้ มนุษย์มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ประณาม การสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย |
15. การเริ่ม ศักราชใหม่ หรือ วันปีใหม่ของอิสลาม ไม่ได้นำวันเกิด และ วันสิ้นชีวิต ของศาสดา หรือ วันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องส่วนตัวของศาสดา มากำหนดวันขึ้นปีใหม่ แต่วันขึ้นปีใหม่ได้กำหนดเอาจากเหตุการณ์ ของการอพยพ ของท่านศาสดา และ ประชาชน ที่อพยพ จากสภาพที่เลวร้าย ไปสู่สภาพที่ดีกว่า ( จาก เมืองมักกะฮฺ ไปยังเมืองมะดีนะฮฺ ในสมัยนั้น) |
16. ทุกๆคนเกิดมา บริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน หรือ บาปติดตัวมาดังนั้นจึงไม่มีพิธีล้างบาปในอิสลาม |
17. ในอิสลาม ไม่มีการกำหนด วันหมดอายุความของคดีใดๆ ของผู้กระทำความผิด ผู้กระทำผิดจะพ้นผิดไปได้ ก็ต่อเมื่อได้รับการตัดสิน หรือมีการตกลงกันระหว่างคู่กรณี หรือมีการชดใช้ค่าเสียหาย เช่น ฆาตกรที่มีเจตนา จะพ้นผิดไปได้ ก็ต่อเมื่อได้รับการตัดสิน ไม่ใช่หลบหนีไป 20 ปี แล้วถือว่า หมดอายุความ หรือ พ้นผิด ซึ่งกรณีเช่นนี้ ไม่มีความยุติธรรม |
18. ความดี ความเลว ของมนุษย์มิได้เกิดขึ้นโดยสันดาน แต่เกิดขึ้นเพราะสิ่งแวดล้อม และ สังคมเป็นตัวกำหนด แต่ก็ไม่ได้เป็นกฎเกนฑ์เสมอไป แต่ส่วนมากมักจะเป็นเช่นนั้น |
19. อิสลาม ไม่ได้แยก การเมืองออกจากศาสนา เพราะศาสนาและการเมืองนั้นเป็นเนื้อเดียวกัน |
20. ทุกๆ อิริยาบท หรือ ความนึดคิดต่างๆ ที่จะต้องดำเนินไปตั้งแต่ เกิด จนกระทั่งตาย และตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้านอน อิสลามได้มีคำสอนไว้หมดแล้ว |
21. ความดี ความชั่ว ของมนุษย์ ไม่ได้เกิดขึ้นจาก กรรมพันธุ์ เพราะฉนั้นจึงถ่ายทอดให้กันไม่ได้ |
22. ในอิสลามไม่มีผู้วิเศษ และไม่ใด้ตั้งบุคคลใด ให้เป็นสื่อกลาง ระหว่างมนุษย์กับ พระผู้เป็นเจ้า มนุษย์ทุกๆคน ไม่ว่าจะมีสภาพฐานะยากจน และ จะมาจากชนชั้นใดก็ตาม ก็มีสิทธิที่จะเข้าหา วิงวอนร้องขอต่อพระผู้เป็นเจ้าได้ โดยมิต้องจ้างวาน หรือให้กำนัลแกผู้ใด เพื่อให้เขามาเป็นสื่อตัวแทนให้ |
23. เนื่องจากอิสลามไม่มีระบบพระ ไม่มีระบบสงฆ์ ไม่มีสามเณร ไม่มีแม่ชี ไม่มีนักบวช นักพรต ไม่มียศ ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีการล้างบาป เพราะฉนั้น มุสลิมทุกๆคน ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายระเบียบข้อบังคับของศาสนาเหมือนกันหมด ยกเว้น เด็ก ผู้เสียสติ ผู้ อ่อนแอ |
24. ในอิสลาม ไม่มีเครื่องแบบ หรือ ฟอร์มสำหรับ สวมใส่ |
25. เน้นเรื่องประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก |
26. คนที่ดีที่สุดในทรรศณะอิสลามนั้น ไม่ใช่ชาติอาหรับ แต่จะเป็นคนชาติใดก็ได้ ที่มีความยำเกรงอัลลอฮฺ คือ คนๆนั้น เป็นคนที่มีจริยธรรม และ คุณธรรม อันสูงส่ง |
27. ในศาสนาอิสลาม ถือว่า การเสพสิ่งมึนเมา การเล่นการพนัน การประพฤติผิดในกาม การขโมยนั้น มีความผิดมากกว่าการกินเนื้อหมู |
28. อิสลาม สอนให้มนุษย์เป็นมือบน มิใช่มือล่าง (เป็นผู้ให้ มิใช่เป็นผู้แบมือรับ)
|
|
|