อิสลาม, มุสลิม, อามีน, อิบรอฮีม, ศาสนา, ปรัญชา, พุทธ, คริส, ซิกส์, muslim, islam, culture, religious, ขออาสาทำความดีตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่ (อ. บรรจง โซ๊ะมณี) ทำอย่างไร เมื่อรอมฎอนจากไป
 


มูลนิธิเพื่อคุณธรรม
islamic  mission  foundation
28/2  หมู่ 9  ถนน ประชาร่วมใจ   แขวง ทรายกองดินใต้  เขต คลองสามวา  กรุงเทพมหานคร  10510 
28/2  moo 9  Pracharuamjai Rd.,  Saikongdintai,  Klongsamwa,  Bangkok  10510  Thailand
โทรศัพท์ / Tel. :  02-543-6881-3        โทรสาร / Fax  :  02-916-8716 

                                                                                                                                                                                                                                         ขออาสาทำความดีตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ( อ. บรรจง โซ๊ะมณี ) โทร. 081-911-4534 มูลนิธิเพื่อคุณธรรม (องค์กรณ์สาธารณประโยชน์)                                                                                                                                                                                                                                         
 




ขออาสาทำความดีตลอดไป 
จนกว่าชีวิตจะหาไม่


อ. บรรจง   โซ๊ะมณี
081-911-4534
มูลนิธิเพื่อคุณธรรม
อีเมล์   kunatum@gmail.com

ท่านสามารถร่วม บริจาค ได้ที่
  ชื่อ   มูลนิธิเพื่อคุณธรรม
  ธนาคาร   กรุงไทย
  สาขา   ศรีนครินทร์
  ประเภท   กระแสรายวัน
  หมายเลข   061-6-01193-8

  •    หน้าแรก   
  •    ประวัติ อ. บรรจง   
  •    สัมภาษ อ.บรรจง จาก108ชีวิตต้องสู้   
  •    แผนที่-มูลนิธิเพื่อคุณธรรม   
  •    ความเป็นมา   
  •    กิจกรรมของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม   
  •    ภาระกิจของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม   
  •    รายนามคณะกรรมการ   
  •    แนะนำที่มาของ มูลนิธิเพื่อคุณธรรม (ไทย) (vdo)   
  •    แนะนำ มูลนิธิเพื่อคุณธรรม โดย เชคมูฮัมหมัด (vdo)   
  •    TV ออนไลน์ เพื่อคุณธรรม   
  •    ตารางเวลา คลื่น คุณธรรม   
  •    โครงการครอบครัวคุณธรรม   
  •    สมัครสมาชิกครอบครัวคุณธรรม   
  •    วิธีการสั่งจอง ซีดี หรือ ร่วมทำบุญ ออนไลน์   
  •    บริจาค หรือ โอนเงิน   
  •    ยืนยันการโอน   
  •    เกี่ยวกับเรา   
  •    ติดต่อเรา   
  •    ถามตอบ   
  •    รายงาน-สมาชิกคุณธรรม   
  •    ตรวจสอบไปรษณีย์   
  •    test2   
  •    test ดูTV   
  •    test4   

  • ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  1-30  
    ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  31-60
    ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  61-90
    ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  91-114


     

    กิจกรรม
    ของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม
    คลิกที่รูปเพื่อดูรายละเอียด


     
    * บทความ *


    แลก link กับเรา
    ตัวอย่าง link ของเรา
    copy  code  html ไปวางในเวปคุณ
    แล้วแจ้งมาที่ อีเมล์ kunatum@gmail.com    
    เพื่อแลกลิ้งกับเรา

     
     
    *
    *
    ทำอย่างไร เมื่อรอมฎอนจากไป
    *
    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ
    ขอความสันติสุข
    จงมีแด่ศาสดามุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่านและผู้ประพฤติดีทุกท่าน
     
                 เมื่อความเมตตาของ อัลลอฮฺ ที่มีต่อผู้ศรัทธาไม่มีที่สิ้นสุด ผู้ศรัทธาต่อพระองค์จึงได้รับโอกาส
     ในการภักดีต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอ
     โดยไม่มีที่สิ้นสุดเช่นเดียวกัน เราได้ถือศิลอดในเดือนเราะมะฎอน   
     เราได้ฝึกตัวเองให้เคยชินกับการต่อสู้ของชีวิต 
    ที่ต่อสู้ เพื่อให้ได้รับความดีงาม เท่านั้น 
     สิ่งเหลวไหล-สิ่งไร้สาระได้ถูกทำลายไปโดยสิ้นเชิง จึงไม่แปลกเลย ถ้าเราจะพูดว่า 
     
    ชีวิตต้องสู้ในเดือนเราะมะฎอน เป็นชีวิตของการ “ญิฮาด”
    ถึง 2 ประการด้วยกัน
     
    1.    
    ญิฮาดในตอนกลางวัน ด้วยการถือศิลอด
     
    2.     ญิฮาดในตอนกลางคืน ด้วยการทำอิบาดะฮฺ


         พี่น้องมุสลิมหลายคนตั้งคำถามว่า หลังเราะมะฎอนแล้ว เราควรใช้ชีวิตอย่างไร?
     คำตอบก็คือให้เราจำลองชีวิตของเราะมะฎอน
     ที่เคยเกาะติดกับมันอยู่      เอาไปใช้นอกเราะมะฎอน 
     ภาพชีวิตดังกล่าวคือ ให้ถือศิลอดวันจันทร์ และวันพฤหัสบดีของทุกๆสัปดาห์
      และวันขึ้น 13-14-15 ค่ำของทุกๆเดือน นอกจากนี้ยังต้องปฏิบัติดังนี้
     
     1. ถือศิลอดวันอะเราะฟะฮฺ
      2. ถือศิลอดวัน อาชูรอ
      3. ถือศิลอด 6 วันในเดือนเชาวาล
     4. ถือศิลอดครึ่งเดือนแรกของเดือน ชะอ์บาน
     5. ถือศิลอด 10วันแรกของเดือน ซุลฮิจญะฮฺ
     6. ถือศิลอดวันเว้นวัน
     7. ถือศิลอดบางช่วงของเดือน มุหัรฺรอม
     8. ถือศิลอดสำหรับหนุ่มที่ไม่สามารถสมรส (นิกาหฺ) ได้ เนื่องจากไม่มี มะฮัรฺ และนาฟะเกาะฮฺ
     9. ทำอิบาดะฮฺในยามค่ำคืน
     10. ทำศอดะฮฺเกาะฮฺ
     11. อ่านอัล กุรอ่านมากๆ
     12. ทำอิอฺติกาฟ
     13. กล่าวดุอาอ์-ซิกรุลลอฮฺ – และอิสติฆฟารฺมากๆ
     14. ละทั้งสิ่งที่ไร้สาระและการละเล่นที่ฮารอม  

          สิ้นสุดเราะมะฎอน พวกเราก็กลับคืนสู่ช่วงเวลาที่มีการรื่นเริง 
     เป็นเทศการที่กลับสู่สภาพปกติ  ที่มีสัญลักษณ์อิสลามให้เราปฏิบัติกันอีกนั้น คือ วันอีด
             ท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุ อันฮฺ กล่าวว่า... เมื่อท่านเราะสูลฯ. ศ็อลฯ.อพยพมาถึงเมืองมดีนะฮฺ 
     มีอยู่ 2 วันที่ชาวเมืองเขารื่นเริงกันอยู่ 
    ท่านเราะสูลฯ. ศ็อลฯ. ได้ถามชาวเมืองทั้ง 2วันนี้เป็นวันอะไร?
     ชาวเมืองตอบว่า เป็นวันที่พวกเราได้มีการละเล่นกันในสมัยก่อนศาสนาอิสลาม 
      ท่านเราะสูลฯ. ศ็อลฯ. จึงกล่าวว่า
      “แท้จริง-อัลลอฮฺทรงเปลี่ยนให้มีวันดีกว่าวันทั้ง2 ดังกล่าวอีก นั้นคือ วันอีดุล-อัฎหา,และวันอีดุล-ฟิฏรฺ”
           เป็นที่น่าสังเกตว่า ภาวะชีวิตของมุสลิม  ไม่ว่าจะเป็นภาวะปกติ-ภาวะแห่งความสุขรื่นเริง และภาวะ
     แห่งความเจ็บปวด-เศร้าหมอง-
    ระทมทุกข์    จะมีเรื่องนมาซมาให้เราได้ปฏิบัติเสมอ  นั้นย่อมแสดงว่า
     เรากำลังปรับชีวิตให้กลับคือสู่อัลลอฮฺในทุกบทบาท
     และ 
    หน้าที่ของเรา โดยมิได้เบี่ยงเบนสู่สิ่งไร้สาระ
     ที่ถูกกำหนดโดยมนุษย์ และอารมณ์ว่า สิ่งนั้น สิ่งนี้  เป็นพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธ์
          วันอีด
        วันอีดทั้ง2 อยู่ในสถานะ “สุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ” ที่ อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะ ตะอาลา มีบัญชาให้เราทำนมาซ และท่านเราะสูลฯ.ยังได้กำชับให้เรา พาลูก-พาหลาน-ผู้หญิง-เด็กๆ และคนชรา หรือแม้กระทั่งหญิงที่มีประจำเดือน (หัยฎ์) ออกมาร่วมชุมนุมกันที่ลานกว้าง  เพื่อแสดงออกถึงพลัง อีหม่าน และ ตักวา และนี้คือสัญลักษณ์ของการชุมนุมในอิสลาม

      เวลาของการนมาซอีด
         ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเป็นเวลาสายในช่วงของการ “นมาซดุฮา” (ซึ่งเริ่มนมาซได้ตั้งแต่เมื่อดวงอาทิตย์) ขึ้นประมาณ 3 เมตร จนถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์คล้อยศรีษะ) เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการ
    “นมาซอีดุล-ฟิฏร” คือให้นมาซตอนสาย  เพื่อบรรดามุสลิมจะได้มีเวลาในการบริจาค  “ซากาตฟิฏเราะฮิ”
     ส่วน
    “นมาซอีดุล-อัฎหา” ให้นมาซในตอนต้นของเวลาเพื่อจะได้มีเวลาที่เหลือทำการ
    เชือด “กุรบาน”
       การแต่งกาย
        วัน “อีดุล-ฟิฏรฺ”   พึงแต่งกายให้สะอาดอาบน้ำ-ใส่น้ำหอม(ผู้ชายห้ามใส่ผ้าไหม)
      ให้รับประทานอาหารเล็กน้อยก่อนออกไปทำนมาซ 
    แต่ถ้าเป็นวัน “อีดุล-อัฎหา” ให้รับประทานอาหาร(อาหารที่ปรุงจาก) เนื้อกุรบานหลังจากนมาซเสร็จ  
     
    (เป็นอาหารมื้อแรก)
      กล่าวตักบีรฺ 
              อีดุล-ฟิฏรฺ เริ่มตั้งแต่ค่ำ   คืนของวันอีด จนถึงเวลาที่อีหม่ามนำนมาซอีด 
      ส่วนอีดุล-อัฎหา เริ่มตั้งแต่ค่ำ      ของวันอีด จนถึงก่อนตะวันตกของ
     
    “อัยยามมัชตัชรีก”  
       
    ถ้อยคำอันเป็นสำนวนของการกล่าวตักบีรฺมีอยู่ว่า....
       คำอ่าน : อัลลอฮุ อักบัรฺ อัลลอฮุ อักบัรฺ ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮุ วัลลอฮุ อักบัรฺ อัลลอฮุ อักบัรฺ วะลิลลาฮิล หัมดฺ
         
       การเดินทางสู่ลานกว้าง
          ให้เดินทางออกจากบ้านเพื่อทำการนมาซในหนึ่งทาง และ ให้กลับอีกเส้นทางหนึ่ง 
      ท่านนบีฯ.ศ็อลฯ. ได้ปฏิบัติเช่นนี้     และท่านจะนมาซที่ลานกว้างเป็นประจำ
      เว้นแต่ในกรณีจำเป็น เช่น ฝนตก ท่านนบีฯ.จึงจะนำนมาซในมัสญิด
         มื่อพบกับพี่น้องมุสลิม
    ให้พี่น้องมุสลิมกล่าวดุอาอ์ที่มีข้อความว่า ...
       คำอ่าน : ตะก็อบบะลัลลอฮุ มินนา วะมิง- กุม.
       คำแปล :  ขออัลลอฮฺทรงโปรดรับความดีและการทำอิบาดะฮฺของพวกเราและของท่าน (ด้วยเทอญ) 
      จะเห็นได้ว่า ดูเป็นไมตรีจิตที่น่ารัก น่าเอ็นดู เป็นภาษามิตรภาพและภราดรภาพ 
     ส่วนหลังดุอาอ์แล้ว หากจะมีการก่นกราด
     
    ฟิตนะฮฺอะไรกัน นั้นไม่ใช่คำสอน ไม่ใช่แบบอย่างของอิสลาม
             ทำทุกสิงแต่พอดี
      อย่ากินและดื่มมาก  ให้มีการละเล่นที่หะลาล (อนุมัติ) ในสมัยก่อน มีการขับร้องลำนำกลอน
     ที่สอนจิต สอนใจให้รักอัลลอฮฺ
    รักเราะสูล รักอิสลาม รักพี่น้องมุสลิม
       แต่ประเภทที่แหกปากร้องจนหัวแกว่ง เท้าลอยจนอีหม่านขาดวิ่น
       สมควร
    “เฉด” หัวให้พ้นไปจากบ้านมุสลิม
        การนมาซ 
       อีหม่ามจะยืนนำนมาซโดยไม่มีการ “อาซาน” และ “อีกฺอมะฮฺ”
     การนมาซ ให้ทำจำนวน 2 ร็อกอะฮฺ ให้
    “
    ตักบีรฺ”ในร็อกอัตแรก 7 ครั้ง
     
    นับรวมกับ
    “ตักบีเราะตุล-อิหฺรอม” ด้วย-ก่อนอ่านสูเราะฮฺ อัล-ฟาติหะฮฺ และสูเราะฮฺอื่น และ
    ในร็อกอัตที่ 2 กล่าวตักบีรฺอีก 6 รวมทั้งตักบีรฺ
    “กียาม”
    (คือ ตักบีรฺที่ลุกขึ้นมายืนเพื่อเริ่มร็อกอัตที่ 2) 
       คุฏบะฮฺ
         คือการกล่าวปราศรัยชี้แจงเรื่องราวของอิสลาม เพื่อความถูกต้อง-ความชอบธรรม กำชับให้งดเว้น
     ความ ชั่ว เร่งเร้าให้ทำความดี
      
    เพิ่มศรัทธา และ เพิ่มการปฏิบัติ 
           การกล่าวคุฏบะฮฺอีด ให้ผู้ทำหน้าที่คุฏบะฮฺยืนโดยตลอด  ไม่มีการนั่งพัก 
      เพราะท่านนบีมุหัมมัดศ็อลฯ
    มิได้นำ “มิมบัร” มาไว้ที่ลานกว้าง    ท่านเคยยืนพิงคันธนูและพิงไม้เท้า
     ใน
    “หัจญะตุล-วะดาอฺ”  ท่านทำการคุฏบะฮฺโดยนั่งอยู่บนหลังอูฐ
         รื่นเริงกับทุกคน
         ให้มีการพบปะสังสรรค์-ให้อภัย-ผูกมิตรไมตรียินดีต่อกัน พบลูก พบหลาน พบพ่อ พบแม่ ญาติใกล้ชิด  
     ญาติห่างไกล เป็นการ
    “คืนสู่เหย้า” อย่างแท้จริง   เมื่อวันอิดเป็นวันแห่งการรื่นเริง 
     เหลียวหลังจริยวัตของ ท่านนบีฯ.ศ็อลฯ. และบรรดาเศาะหาบะฮฺ 
    (อัศหาบ)
     จะพบว่าไม่มีผู้ใดมีกิจกรรมไปเยี่ยมสุสานกันในวันอีดเลย

       
     
    ท่านสามารถ ร่วมบริจาคสมทบทุน เพิ่อ การเผยแพร่ ได้ที่
     มูลนิธิเพื่อคุณธรรม  บ้านเลขที่  28/2  หมู่ 9   ถนน ประชาร่วมใจ  
    แขวง ทรายกองดินใต้   เขต คลองสามวา    กรุงเทพฯ    10510
    โทร.   02-543-6881-3     โทรสาร  02-916-8716
     


     สถิติวันนี้ 116 คน
     สถิติเมื่อวาน 107 คน
     สถิติเดือนนี้
    สถิติปีนี้
    สถิติทั้งหมด
    633 คน
    633 คน
    17218 คน
    เริ่มเมื่อ 2008-07-23


     


     


    ชมรายการ โทรทัศน์
    ผ่านดาวเทียม
    TV มุสลิม MV2
    เวลา 02.00 - 06.30 น. ทุกวัน
    วิทยุ คลื่นคุณธรรม 24 ชั่วโมง
      FM  106.25 MHz

     


    ราคาน้ำมันวันนี้


    เรื่องน่าอ่าน-วันนี้
    * อับดุลเราะมานกับเทศกาลปีใหม่

    * มุสลิมกับปีใหม่

    * เคาต์ดาวน์-กันเช่นไร

    * หน้าที่ สามี ต่อ ภรรยา

    * หน้าที่ ภรรยา ต่อ สามี


     
     


    เวบ-บอร์ด
     

    ประวัติสาสตร์


                           
      ? 2000-2005 CompanyName,Inc. All Rights Reserved. Help • Terms/Privacy • accessibility