อิสลาม, มุสลิม, อามีน, อิบรอฮีม, ศาสนา, ปรัญชา, พุทธ, คริส, ซิกส์, muslim, islam, culture, religious, ขออาสาทำความดีตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่ (อ. บรรจง โซ๊ะมณี) ประวัติบรรจง2
 


มูลนิธิเพื่อคุณธรรม
islamic  mission  foundation
28/2  หมู่ 9  ถนน ประชาร่วมใจ   แขวง ทรายกองดินใต้  เขต คลองสามวา  กรุงเทพมหานคร  10510 
28/2  moo 9  Pracharuamjai Rd.,  Saikongdintai,  Klongsamwa,  Bangkok  10510  Thailand
โทรศัพท์ / Tel. :  02-543-6881-3        โทรสาร / Fax  :  02-916-8716 

                                                                                                                                                                                                                                         ขออาสาทำความดีตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ( อ. บรรจง โซ๊ะมณี ) โทร. 081-911-4534 มูลนิธิเพื่อคุณธรรม (องค์กรณ์สาธารณประโยชน์)                                                                                                                                                                                                                                         
 




ขออาสาทำความดีตลอดไป 
จนกว่าชีวิตจะหาไม่


อ. บรรจง   โซ๊ะมณี
081-911-4534
มูลนิธิเพื่อคุณธรรม
อีเมล์   kunatum@gmail.com

ท่านสามารถร่วม บริจาค ได้ที่
  ชื่อ   มูลนิธิเพื่อคุณธรรม
  ธนาคาร   กรุงไทย
  สาขา   ศรีนครินทร์
  ประเภท   กระแสรายวัน
  หมายเลข   061-6-01193-8

  •    หน้าแรก   
  •    ประวัติ อ. บรรจง   
  •    สัมภาษ อ.บรรจง จาก108ชีวิตต้องสู้   
  •    แผนที่-มูลนิธิเพื่อคุณธรรม   
  •    ความเป็นมา   
  •    กิจกรรมของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม   
  •    ภาระกิจของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม   
  •    รายนามคณะกรรมการ   
  •    แนะนำที่มาของ มูลนิธิเพื่อคุณธรรม (ไทย) (vdo)   
  •    แนะนำ มูลนิธิเพื่อคุณธรรม โดย เชคมูฮัมหมัด (vdo)   
  •    TV ออนไลน์ เพื่อคุณธรรม   
  •    ตารางเวลา คลื่น คุณธรรม   
  •    โครงการครอบครัวคุณธรรม   
  •    สมัครสมาชิกครอบครัวคุณธรรม   
  •    วิธีการสั่งจอง ซีดี หรือ ร่วมทำบุญ ออนไลน์   
  •    บริจาค หรือ โอนเงิน   
  •    ยืนยันการโอน   
  •    เกี่ยวกับเรา   
  •    ติดต่อเรา   
  •    ถามตอบ   
  •    รายงาน-สมาชิกคุณธรรม   
  •    ตรวจสอบไปรษณีย์   
  •    test2   
  •    test ดูTV   
  •    test4   

  • ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  1-30  
    ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  31-60
    ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  61-90
    ฟังอัลกุรอ่าน  สูเราะฮฺ  91-114


     

    กิจกรรม
    ของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม
    คลิกที่รูปเพื่อดูรายละเอียด


     
    * บทความ *


    แลก link กับเรา
    ตัวอย่าง link ของเรา
    copy  code  html ไปวางในเวปคุณ
    แล้วแจ้งมาที่ อีเมล์ kunatum@gmail.com    
    เพื่อแลกลิ้งกับเรา

     
     
    *
    *
    ประวัติ อ.บรรจง   โซ๊ะมณี
    จาก 108 ชีวิตต้องสู้
    *

    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ
    ขอความสันติสุข
    จงมีแด่ศาสดามุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่านและผู้ประพฤติดีทุกท่าน


    ประวัต   อ. บรรจง   โซ๊ะมณี   จาก 108 ชีวิต ต้องสู้ 
          จะมุ่งมั่นทำความดีตลอดไป     จนกว่าชีวิตจะหาไม่   
    นี่คือ ปฎิภาญ ของ อ. บรรจง โซ๊ะมณี  ที่ได้บอกกับเรา
    ชีวิต 
    “บรรจง   โซ๊ะมณี”
      
    ชื่อ
    บรรจง   โซ๊ะมณี
    อายุ 
     52 ปี
    พื้นเพ
     จังหวัด ฉะเชิงเทรา
    สถานภาพ
     สมรส กับ นางอุสนา โซ๊ะมณี บุตร    5 คน
    การศึกษา
    โรงเรียน สุเหร่า ปากคลอง 21 จังหวัด ฉะเชิงเทรา
    - โรงเรียน สุธรรมวงศ์วิทยา   จังหวัด ฉะเชิงเทรา
    - โรงเรียน อัสละฟียะฮฺวิทยาลัย บางคอแหลม กทม.
    - การศึกษานอกโรงเรียน บางกะปิ   กทม.

    - ศิลปะศาสตร์บัณฑิต สถาบันราชภัฎจันทรเกษม
    - รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สำหรับนักบริหาร ม. ศรีปทุม
    - วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันป้องกันประเทศ (วปรอ.4111)
    การทำงาน
    - รับราชการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กระทรวงมหาดไทย
    ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด ระดับ 2
    - รับราชการกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
    ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานพาณิชย์ 5
    - เจ้าหน้าที่ผู้ประกาศข่าวสถานีวิทยุกระจายเสียง ของกรมการรักษาดินแดน (รด.738)
         ผมเกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างจะยากจน และ ลำบากมาก พ่อผมตาพิการทั้งสองข้าง แต่ถึงแม้คุณพ่อ จะตาพิการ
    แต่ท่านก็จะพยายามที่จะทำงาน ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับคุณแม่
     พ่อจะรับจ้าง ดายหญ้า , วิดน้ำ , และล้างจาน ช่วยแม่  
         ชีวิตของแม่ผม ตั้งแต่เด็กค่อนข้างลำบาก พ่อ แม่ เสียชีวิต ตั้งแต่ตัวเองยังเด็กมาก เป็นเด็กที่มีชีวิต ระเหเร่ร่อน

    ไปอยู่บ้านญาติคนนั้นทีคนนี้ที เลยทำให้แม่เป็นคนที่ค่อนข้างขยัน เป็นคนที่ต้องทำงานตลอดเวลา
           ปู่ของผม ก็เห็นความเป็นไป เป็นมาของแม่มาโดยตลอด กระทั่งคุณแม่ อายุ 16 ปี ปู่ก็คิดจะหาคู่ครองให้พ่อผมที่ตาบอด ท่านก็มองแม่
     เป็นคนแรก ท่านมองว่าแม่ ทำงานเก่ง ทำกับข้าวเก่ง น่าจะเหมาะที่จะมาดูแล และมาเป็นภรรยาของลูกชายที่ตาบอดได้
      
     
    ปู่มาทาบทามแม่   แม่ก็ตอบตกลงเลย แม่เคยเล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่แม่ตัดสินใจเลือกพ่อ    ซึ่งตาบอดนั้น ไม่ใช่เพราะพ่อเป็นคนมีฐานะ 
     แต่เป็นเพราะ หนึ่ง คนตาบอดไม่เจ้าชู้    สอง คนตาบอดไม่โกหกหลอกลวง สาม คนตาบอดไม่ลักขโมย  

            แล้วพอแม่แต่งงานอยู่กินกับพ่อ ปกติถ้าเป็นลูกคนอื่น ปู่จะให้แยกครอบครัวไปอยู่ที่อื่น แต่กับพ่อและแม่ ปู่จะให้อยู่รวมกับปู่ 
     เพราะท่านเห็นว่า พ่อผมตาบอด แม่ผมก็ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไร สุดท้ายพ่อกับแม่ก็ต้องอยู่บ้านเดียวกันกับปู่ แต่ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น
     ได้แค่ 2 ปี พ่อก็เริ่มอึดอัด แยกตัวออกมาอยู่เอง   ด้วยการปลูกบ้านเป็นหลังคาจากฝาจาก เดิมมีไม้อัด 10 แผ่น เป็นพื้น ก็อยู่กันแค่นั้น   ส่วนพื้นดินโล่งก็ใช้พรมน้ำให้ดี   จัดเป็นที่รับรองแขก   เวลาจะกินข้าวกันที ก็จะกินกันบนไม้ 10 แผ่น เวลากินข้าวเสร็จ
     ก็จะเอาข้าวของไปเก็บ เอาผ้ามาเช็ดไม้ให้สะอาดแล้วเอาเสื่อปูนอน
             ผมมีพี่น้อง 10 คน ผมเป็นคนสุดท้อง แม่ผมจะมีหน้าที่พายเรือขายก๋วยเตี๋ยว , ขายขนมถ้วยฟู , ข้าวเม่าทอด , ขนมไข่หงส์ ,
     จะกลับมาจากขายของก็ราว 3-4 โมงเย็น   กลับมาแม่จะนอนหลับเลยเพราะเหนื่อยมาก ช่วงเวลาที่แม่นอนหลับ
     พ่อก็จะทำหน้าที่ล้างจาน    หุงข้าวแบบเช็ดน้ำ เพราะเมื่อก่อนไม่มีหม้อหุงข้าว   พ่อตาบอดไม่เห็นหรอกว่า ข้าวจะสุกเวลาไหน แต่พ่อจะใช้วิธีเอาทัพพีใหม่ ลงไปเคาะๆคนๆดูข้าว พอรู้ว่าได้ที่ก็จะรินน้ำข้าวทิ้ง ช่วงที่รินน้ำข้าวก็จะเอาชามมารองน้ำข้าว บางทีก็ใส่เกลือ
     
     
    บางทีก็ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปในน้ำข้าวให้ลูกๆทุกคนได้กิน    พอหัวค่ำลงมา หลังจากเสร็จภารกิจการงานต่างๆ พ่อก็จะมานั่งบีบนวดให้แม่   
     เพราะรู้ว่าแม่ไปทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน  จนแม่หลับ เพราะแม่ต้องตื่นมาตอน ตี 2   เพื่อมาเตรียมของ แล้วออกไปขาย  
     อาชีพเสริมของพ่อ ที่ช่วยเหลือสังคมที่คนในหมู่บ้านรู้ดี คือ พ่อเป็นหมอตำแยทำคลอดให้กับลูกๆหลานๆ   และอีกอาชีพหนึ่งคือ
     เป็น พยาบาล รับจ้างเฝ้าคนป่วย ส่วนแม่เวลาที่ขายก๋วยเตี๋ยวถ้าเจอเด็กที่ไม่เงินยากจน ก็จะเรียกให้เอาถ้วยชามมาใส่ก๋วยเตี๋ยว
      ไปแบ่งกันกิน
             จากจุดตรงที่ พ่อ กับแม่  สร้าง ก็เลยทำให้ผมซึมซับเรื่อยมา จนกระทั่งไม่นานพ่อผมเสียชีวิตลงเพราะทำงานหนัก 
     ตอนนั้นผมอายุประมาณ 10-11 ขวบ แม่ต้องพายเรือไปเก็บใบบัวมาขาย 10 ใบ บาท
     แม่เก็บใบบัวมาขายได้วันละ 20 บาท   
     
    ตัวผมนอนอยู่หอที่โรงเรียนประจำ แม่พายเรือเอาเงินไปแบ่งให้ที่โรงเรียน 10 บาท แม่เงินเหลือติดตัวไว้ 10 บาท  
     
    ตรงนี้มันตรึงตาตรึงใจผมมาจนทุกวันนี้    ถึงความเสียสละ    และความลำบากของแม่ ซึ่งเวลานั้นมีคนมาขอแต่งงานกับแม่หลายคน 
     แม่ก็ไม่ยอมแต่งงานใหม่ แต่ยอมที่จะทำงานหนักอยู่อย่างนี้เพื่อลูก

             ผมเห็นภาพอย่างนี้จน จบ ป.6 จึงได้เข้ามาเรียนต่อในชั้นมัธยมที่กรุงเทพฯ เวลานั้นผมอยู่แบบลำบากมาก   เห็นเพื่อนใส่
     กางเกงขายาวสวย วันเสาร์-อาทิตย์ก็จะไปรับจ้างแบกปูนอยู่อย่างนี้ จนจบชั้น ม.ศ.3   พอเรียนจบก็ไม่ได้เรียนต่อ ไปเป็นลูกจ้างกุลี
     อยู่ที่ท่าเรือคลองเตย 2 เดือน จากนั้นก็ไปเป็นลูกจ้างอยู่ในบ้านของฝรั่ง   รับจ้างเฝ้าสวน , ล้างรถ , เปิดประตูบ้าน , เอารถเข้าบ้าน ,
     ดูแลบ้าน , ถางหญ้า , อยู่ที่นั่น 2 ปี ในขณะที่ทำงานอยู่ที่นี่ ก็รู้สึกอยากเรียนหนังสือ
               ตอนปีที่ 2 ก็ขออนุญาตเจ้าของบ้านไปเรียนพิมพ์ดีด เรียนจนช่วยเขาสอนได้เลย เขาเลยไม่คิดเงินค่าเรียน  
    จนปี 2511
     ทางกรมการค้าภายใน เขาต้องการลูกจ้างประจำ ก็บังเอิญว่าครูที่สอนพิมพ์ดีด เขาทำงานอยู่ที่กรมการค้าภายใน เขาก็เลยพาผมไปสมัคร   
     ผมสอบได้เป็นลูกจ้างประจำ อยู่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์   ผมขยันมาก   ทำงานอยู่ปีครึ่งได้ 2 ขั้น  พอดีกับที่ทาง   ก.พ.
     เขาสมัครพนักงานพิมพ์ดีด   ผมตั้งใจที่จะสมัครงานให้ได้     เรียกว่ามาทำงานเช้ากว่าใครในที่ทำงานเลย แล้วรีบมาซ้อม
     นั่งพิมพ์ดีดทุกวัน     คนสมัครเป็นพนักงานพิมพ์ดีด   800 กว่าคน   ผมสอบข้อเขียนได้ที่ 13 สอบปฎิบัติรวมแล้วได้อยู่ประมาณที่ 7 ที่ 8 ในที่สุดผมก็ได้รับเลือกให้ไปทำงานที่สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.)
             ผมทำงานเป็นพนักงานพิมพ์ดีด 2    อยู่ที่ รพช. 4 ปี   นายเก่าที่อยู่ กรมการค้าภายในเรียกตัวให้ไปช่วยงาน   ผมก็โอนย้ายไปอยู่
     กรมการค้าภายใน สักพักปี 2517 ผมบรรจุได้ที่กรมการอาสารักษาดินแดน ผมไปสมัครเป็นผู้ประกาศ ร.ด. เขารับและให้รายผม
     ได้วันละ 15 บาท เข้าเวรอ่านรายการตั้งแต่   5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน   เปิดอีกที ตี 4 ถึง 8 โมงเช้า ผมทำงานอยู่ตรงนี้   9 ปี
     ควบคู่ไปกับการทำงานที่กรมการค้าภายใน   เวลานั้นผมได้เงินเดือนเท่ากับคนที่จบปริญญาโท ในเวลานั้น
            ในช่วงที่เป็นผู้ประกาศอยู่ทุกเช้า จะมีพระมาเทศน์ให้ให้คนเป็นคนดี   ผมก็มานั่งคิดว่า ผมจะทำอะไรให้คนเป็นคนดีได้บ้าง

     
    ตัวผมเป็นอิสลามผมก็ต้องชวนแบบอิสลาม   เริ่มแรกผมก็ไปช่วยองค์กรณ์อิสลามทำรายการวิทยุ หลังจากนั้นก็มาเช่าสถานีเองทำเอง 
     ควบคู่ไปกับ การรับราชการ
     
    ระหว่างนั้นผมก็คิดขึ้นมาว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้อิสระในเรื่องของการนับถือศาสนา 
     ผมก็เริ่มคิดที่จะหาทางตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด ผมจึงจะใช้หลักธรรมในการเชื่อถือศรัทธาของคนมุสลิมไปใช้สอน และ
     วิธีที่จะทำได้เร็ว และได้กว้างที่สุดก็คือการใช้สื่อ ผมหันมาใช้สื่อทางวิทยุตั้งแต่ปี 2517 เรื่อยมา
             ตอนนั้นผมทำงานมาก เวลาที่เรียนก็ไม่มี สมัครเรียนที่ รามฯ ก็เรียนไม่จบ
     ช่วงประมาณปี 2528 ผมไปช่วยคุณ จำลอง หาเสียง
     ตอนลงสมัครผู้ว่าฯกรุงเทพฯ   ปรากฏว่าผมถูกคุณสมัครฟ้องว่าเป็นข้าราชการไปช่วยการเมืองหาเสียง   ผมจึงตัดสินใจลาออก  มาอ่านข่าว
     วิเคราะห์ข่าวเรื่อยมา และมาช่วยคุณจำลองทำงาน วิถีชีวิตการทำงานข้าราชการของผม ก็จบลงที่ตำแหน่งข้าราชการเจ้าหน้าที่
     บริหารงานพาณิชย์ 5 เป็นข้าราชการคนเดียวในกรมการค้าภายในที่จบแค่   ม.ศ. 3 แต่ก้าวขึ้นมาทำงานในตำแหน่งหน้าที่การงาน
     เป็นข้าราชการชั้นเอก จากนั้นผมก็หันเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว

               ผมลงสมัครเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในปี 2534 ได้คะแนนเป็นที่ 1 ของกรุงเทพมหานคร ไปทำงานทางสภา ก็ถูกคนใน
     สภากรุงเทพมหานครด้วยกันพูดว่า ผมเป็นคนเก่งแต่ไม่มีภูมิปัญญา   เพราะไม่มีใบปริญญาบัตรเหมือนคนอื่นๆ เวลานั้นผมก็โกรธมาก
     เพราะผมจบแค่ ม.ศ. 3 ช่วงนั้นก็มีคนแนะนำให้ผมไปเรียนที่   กศน.
     
    ขณะที่เวลานั้นผมมีอายุ 40 ปี ใช้เวลาเรียน 1 ปี 
     อายุ 41 ปีจบ ม.6 ก็ไปเรียนต่อที่ สถาบันราชภัฎจันทรเกษม   ภาคค่ำ    ใช้เวลาเรียน 5 ปี จบปริญญาตรี   ก็ไปสมัครเรียนต่อโท
     ที่มหาลัยศรีปทุม โครงการหลักสูตรสำหรับนักบริหาร เรียน 3 ปี จบ จากนั้นผมก็เป็นมุสลิมคนเดียวที่มีโอกาสได้เรียนที่
     สถาบันป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐร่วมกับเอกชน รุ่น 4111 เรียนเป็นเวลา 1 ปี รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท. จงรัก   จุฑานนท์
              เวลานั้นผมไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการอะไร แต่ทุกคนรู้จักกันในนามประธานมูลนิธิเพื่อคุณธรรม ก็เริ่มที่จะมีคนสงสัยว่า
      มูลนิธิเพื่อคุณธรรมคืออะไร พลโท ณรงค์ แสงชนะศึก   ราชองค์รักษ์ได้มาดูกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิเพื่ออคุณธรรม และ คนนี้เอง
     ที่เป็นคนเชื่อมโยงทุกอย่างให้กับคนในรุ่นได้รู้จักมูลนิธิเพื่อคุณธรรมมากขึ้น    ซึ่งในเวลานั้นผมก็ยังทำงานอยู่ใน กทม. อยู่    
     ไม่นานผมก็มีปัญหากับพลตรี จำลอง ในเรื่องของ นโยบาย ซึ่งผมเป็นคนที่เคร่งครัดในเรื่องสัญญาประชาคม ก็เลยตัดสินใจลาออก
     เพราะแต่เดิม  จากที่ผมเป็นคนที่มีแต่คนคอยดูถูก เรียนจบ ม.ศ.3 ไต่เต้าขึ้นมาจนจบปริญญาโท จนจบวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 
     เป็น สมาชิกสภากรุงเทพฯ จากเคยมีวิทยุสัปดาห์ละครึ่งชั่วโมง ปัจจุบันนี้มีวิทยุ 24 ชั่วโมง 2 คลื่นความถี่   คือ กองพล1 เอเอ็ม 999
    khz  
     กับ วปถ. ยะลา เอเอ็ม 1080
    khz
     ยิงสัญญาณผ่านดาวเทียม ในรายการเรียกว่า วิทยุคลื่นคุณธรรม เป็นการเชิญชวนให้คนมุสลิมในเมือง
     ไทยเป็นคนดี ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ จนตัวเอง ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ผมได้ทำงานตรงนี้ ผมสำนึกตลอดเวลาว่า   
     ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากตัวผมเอง   เป็นเด็กที่ขาดพ่อขาดความอบอุ่น ตั้งแต่อายุยังน้อย   เลยทำให้ผมเห็นเด็กคนไหนที่กำพร้า ยากจน
     ขาดคนดูแล ผมจะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือด้วยการเป็นตัวเชื่อมกับคนมีเงิน   เพื่ออุปการะเด็กเหล่านั้น   นอกเหนือไปจากเด็กกำพร้า  
     ผมก็สร้างบ้านคุณธรรม เพื่อช่วยเหลือครอบครัวมุสลิมที่ยากจน
    ซึ่งได้สร้างชีวิตใหม่ให้กับคนมุสลิมได้ 5 หลัง รวมทั้งผมได้บริจาคที่ดิน
     ตรงแถบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัด ฉะเชิงเทรา สร้างบ้าน และ อาคารคุณธรรม สำหรับดูแลคนชรามุสลิมที่ขาดที่พึ่ง และ ถูกทอดทิ้ง 
     หลายชีวิต จนบ้านหลังนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม ที่ต้องทุ่มเทชีวิต และ ดูแลให้เต็มที่
     ผมดูแลจนคนชราหลายชีวิตในบ้านหลังนี้เสียชีวิต หลายต่อหลายคน ผมดูแลจนวินาทีสุดท้าย  
     และอาคารคุณธรรมหลังใหญ่นี้ อยู่ในระหว่างการก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์   ซึ่งเมื่อไหร่ที่สร้างเสร็จ เมื่อนั้นก็เท่ากับว่า
     ผมได้สร้างที่พึ่งพิงให้กับคนอีกหลายชีวิต ให้เหมือนสมัยกับสมัยของพ่อแม่ซึ่งคอยแบ่งปันน้ำใจให้กับผู้คนในหมู่บ้าน  
     เมื่อครั้งที่พวกท่านยังมีชีวิตอยู่  สมัยของผมก็สานต่อความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ให้เป็นโครงการใหญ่ขึ้นตามแรงและกำลังของผม 
     จนเกิดเป็นมูลนิธิเพื่อคุณธรรมขึ้นมาเกือบสามสิบปีที่นี่
    -------------------------------------------------------------------------------/


       

     
    ท่านสามารถ ร่วมบริจาคสมทบทุน เพิ่อ การเผยแพร่ ได้ที่
     มูลนิธิเพื่อคุณธรรม  บ้านเลขที่  28/2  หมู่ 9   ถนน ประชาร่วมใจ  
    แขวง ทรายกองดินใต้   เขต คลองสามวา    กรุงเทพฯ    10510
    โทร.   02-543-6881-3     โทรสาร  02-916-8716
     


     สถิติวันนี้ 75 คน
     สถิติเมื่อวาน 107 คน
     สถิติเดือนนี้
    สถิติปีนี้
    สถิติทั้งหมด
    592 คน
    592 คน
    17177 คน
    เริ่มเมื่อ 2008-07-23


     


     


    ชมรายการ โทรทัศน์
    ผ่านดาวเทียม
    TV มุสลิม MV2
    เวลา 02.00 - 06.30 น. ทุกวัน
    วิทยุ คลื่นคุณธรรม 24 ชั่วโมง
      FM  106.25 MHz

     


    ราคาน้ำมันวันนี้


    เรื่องน่าอ่าน-วันนี้
    * อับดุลเราะมานกับเทศกาลปีใหม่

    * มุสลิมกับปีใหม่

    * เคาต์ดาวน์-กันเช่นไร

    * หน้าที่ สามี ต่อ ภรรยา

    * หน้าที่ ภรรยา ต่อ สามี


     
     


    เวบ-บอร์ด
     

    ประวัติสาสตร์


                           
      ? 2000-2005 CompanyName,Inc. All Rights Reserved. Help • Terms/Privacy • accessibility